สินเชื่อธนาคาร
ราคาประเมิณที่ดิน
ราคาประเมิณสิ่งปรูกสร้าง
ราคาประเมิณห้องชุด
ค่าใช้จ่ายในการโอนฯ
ที่ตั้ง สนง.ที่ดิน ( กทม. )
 
 
นิรันดร์ขอผงาดในวงการอีกครั้ง เบรกบ้านราคาถูกปั้น'แฮปปี้โฮม'

เจ้าพ่อคอนโดมิเนียมราคาถูกในย่านดอนเมืองที่เคยลือชื่อ "นิรันดร์" ขอผงาดในวงการอสังหาฯ อีกครั้ง
หลังจากที่เงียบหายจากวงการไปนาน ล่าสุดปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ บุกตลาดซิตี้คอนโดฯ ปั้นแบรนด์ใหม่ "แฮปปี้โฮม" ราคาเริ่มต้น 8 แสนบาท
รุกตลาดปีนี้ด้วยกัน 4 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท พร้อมรุกธุรกิจขายอสังหาฯแบบครบวงจรขาย-ฝากขาย-บริหารปล่อยเช่า
นายสุรพล กอวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ แฮปปี้โฮม จำกัด ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมราคาถูกภายใต้แบรนด์ "นิรันดร์" เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" หลังจากที่กลุ่มนิรันดร์ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยราคาถูกในย่านดอนเมืองได้ดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินมากว่า 22 ป
ี โดยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในโครงการนิรันดร์ซิตี้ คอนโดมิเนียมราคา 2-3 แสนบาทต่อยูนิต และบ้านราคาถูก เช่น โครงการแอร์โรเพลส โครงการแอร์บอร์นเพลส โครงการบ้านอยู่สุข ในปีนี้ กลุ่มนิรันดร์จะรุกเข้าสู่ตลาดที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่สูงขึ้นอีกนิดหรือระดับซีบวก ภายใต้แบรนด์ "แฮปปี้โฮม" ราคาเริ่มต้นที่ 8 แสนบาท
ดังนั้น จึงได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อเป็นการแบ่งการทำงานของแต่ละบริษัทให้ชัดเจน ขึ้นโดยแบ่งการดูแลดังนี้ บริษัท นิรันดร์พลาซ่า จำกัด จะดูแลเรื่องการซื้อ/ขาย อุปกรณ์ จัดหา/จัดจ้าง และรับเหมาก่อสร้าง บริษัท พล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จะดูแลการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บริษัท เอ็น อาร์พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ และรับซื้ออาคารห้องชุด ส่วนบริษัทแกรนด์ แฮปปี้โฮม จำกัด จะดูแลเรื่องการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์แฮปปี้โฮม และบริษัท เพลนแลนด์ จำกัด ดูแลเรื่องนิติบุคคลบริหารอาคารชุด ซึ่งในอนาคตจะขยายเข้าสู่การบริหารปล่อยเช่าอาคารชุดที่ลูกค้าซื้อเพื่อลงทุน ทั้งนี้เพื่อให้การบริการครบวงจรมากขึ้นทั้งการขาย การขายฝาก และฝากเช่าโครงการ รวมถึงจะนำนิติบุคคลเข้ามาบริหารโครงการของแฮปปี้โฮมในทุกโครงการ นอกจากนั้น บริษัทจะรุกตลาดเช่าเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างฐานรายได้ของบริษัทให้แข็งแกร่งจากปัจจุบันอยู่ที่ 30:50 โดยมีแผนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 50 : 50 ภายในระยะ 3 ปี
สำหรับแผนการลงทุน ในปีภายใต้แบรนด์ "แฮปปี้โฮม" จะมีการรุกตลาดพร้อมกันถึง 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2,000 ล้านบาทกสำหรับ ประกอบด้วยโครงการแฮปปี้โฮม ลาดพร้าว 101 เป็นคอนโดมิเนียม จำนวน 8 อาคาร จำนวนรวมประมาณ 1,000 ยูนิต และเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์อีกจำนวน 3 อาคาร ส่วนของคอนโดมิเนียมจะมีราคาขายเริ่มต้นที่ 8.4 แสนบาทต่อยูนิต
ขนาดตั้งแต่ 21-81 ตารางเมตร พื้นที่โครงการรวมประมาณ 20 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างฐานราก
โครงการแฮปปี้โฮม รัชดาฯ 18 ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม สูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร รวม 509 ยูนิต บนพื้นที่ 20 ไร่ ราคาขายอยู่ประมาณ 28,000 บาทต่อตารางเมตร
หรือยูนิตเล็กสุดคือพื้นที่ 29 ตารางเมตร มีราคาขายอยู่ที่ 86,9000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงสร้างโครงการ โดยมียอดขายแล้วประมาณ 100 ยูนิต,
โครงการแฮปปี้โฮม ดอนเมือง-วิภาวดีรังสิต เป็นคอนโดมิเนียมสูง 5 ชั้น จำนวน 4 อาคาร ราคาเริ่มต้นที่ 6.29 และโครงการบ้านอยู่สุข ราคาขาย 2.69 ล้านบาท
ส่วนแบรนด์นิรันดร์ บริษัทจะใช้ไว้สำหรับพัฒนาที่อยู่อาศัยในระดับล่างซึ่งตลาดยังมีความต้องการอีกมาก แต่ในปีนี้จะมุ่งเน้นที่แบรนด์บ้านแฮปปี้โฮมเป็นหลัก
"ลูกค้าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าโครงการที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างแบรนด์แฮปปี้โฮม และนิรันดร์ ทั้งรูปร่างหน้าตาของบ้าน การก่อสร้าง
การใช้วัสดุก่อสร้าง ตัวอย่างเช่น โครงการแฮปปี้โฮม รัชดาฯ 18 บริษัทขายอยู่ในราคาเริ่มต้น 8.69 แสนบาท แต่เมื่อเปรียบกับโครงการระดับราคา 1 ล้านกว่าบาทที่ขายอยู่ จะเห็นว่าคุณภาพเท่าเทียมกันแต่อาจจะต่างกันเล็กน้อยที่ทำเล ส่วนสาธารณูปโภคของโครงการเชื่อว่าแฮปปี้โฮมให้มากกว่า และบริษัท มีความตั้งใจที่จะนำทุกสิ่งทุกอย่างที่บางโครงการที่บางโครงการไม่สามารถให้ลูกค้าได้มาใช้กับโครงการภายใต้แบรนด์คอนโดมิเนียมแฮปปี้โฮมแล ะ}นำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพโครงการ เช่น ระบบการเข้าออกด้วยการแสกนลายนิ้วมือ ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยโทรทัศน์วงจรปิด สายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งเชื่อว่าโครงการในระดับเดียวกันคงไม่ให้มากเหมือนแฮปปี้โฮม" นายสุรพลกล่าว
นายสุรพล กล่าวต่อว่า แม้จะทำให้ต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นแต่จะอาศัยการขายที่ไว โดยมีจุดเด่นทางด้านราคา และคุณภาพของโครงการเป็นตัวนำ โดยเชื่อว่าจะทำให้สามารถปิดการขายได้เร็วและลดครอสต้นทุนค่าก่อสร้างได้ อีกทั้งบริษัทมีจุดแข็งในเรื่องของการก่อสร้างซึ่งมีบริษัทดูแลทางด้านงานก่อสร้างเองจึงทำให้มีต้นทุนที่ต่ำเพราะไม่ต้องเสียงานส่วนนี้ไปให้กับผู้รับเหมา จึงสามารถเซฟรายจ่ายส่วนนี้ไปได้ ส่วนงานระบบอื่นๆ เช่น ระบบพื้น บริษัทได้กระจายให้กับผู้รับเหมาที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเพื่อให้งานเสร็จเร็ว
"บริษัทได้ตั้งเป้าพัฒนาปีละ 2-3 โครงการ แต่ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะต้องโตปีละเท่าไหร่ และมุ่งเน้นการทำตลาดในเซ็กเมนต์ซีถึงซีบวกเป็นหลัก และการกลับมารุกตลาดในครั้งนี้ไม่ได้มีแผนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะบริษัทเน้นการสร้างฐานทุนให้แข็งแกร่งด้วยตัวบริษัทเองมากกว่า
ซึ่งเมื่อมีฐานทุนที่แข็งแกร่งแล้วจะสามารถทำอะไรก็ได้"
นายสุรพล ได้กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในตลาดดังกล่าว เนื่องมาจาก การที่มีประสบการณ์ในตลาดบ้านมาเป็นระยะเวลานาน
จึงมีความชำนาญในการหาที่ดิน วิธีการเลือกที่ดิน เพราะในย่านโซนเหนือของกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นถิ่นของนิรันดร์ อย่างเช่นแปลงที่ดินลาดพร้าว 101 ได้ซื้อมาจากแบงก์กรุงศรีอยุธยาฯโดยเป็นแอ็น.พี.แอล.อยู่และซื้อมาได้ในราคาไม่แพง เพราะว่าบริษัทใช้เงินสดซื้อทำให้มีโอกาสมากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีความแข็งแกร่งทางด้านฐานทุนของธุรกิจซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้นำตลาดบ้านราคาถูกในย่านดอนเมือง สำหรับรายได้ของปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

   

 

 

 
หน้าแรก
ฝากขาย เว็บบอร์ด ข่าวอสังหาฯ เกี่ยวกับเรา  
www.hometodays.com 1888 ซอยลาดพร้าว70
แขวง/เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
Tel 02-933-6228-9 Fax 02-933-8447
webmaster@hometodays.com